แชร์เรื่องนี้
การดูแลผิวกาย กุญแจสำคัญคือการรักษาความชุ่มชื้น
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดหรือร้อนจัด: แม้จะทำให้รู้สึกสบายตัว แต่การอาบน้ำที่ร้อนเกินไปจะชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบผิวออกไป ทำให้ผิวแห้งตึงยิ่งขึ้น ควรปรับอุณหภูมิของน้ำให้เป็น น้ำอุ่นที่พอดี หรือ น้ำอุณหภูมิปกติ และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไป
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน: ควรเลือกใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยน (pH-balanced) หรือชนิดที่มีมอยส์เจอไรเซอร์ผสมอยู่ เพื่อลดการสูญเสียความชุ่มชื้น
- ช่วงนาทีทองของการทาครีม: หลังอาบน้ำเสร็จ ควรซับตัวให้หมาด (ไม่เช็ดจนแห้งสนิท) และ รีบทาครีมบำรุงผิวทันทีภายใน 3-5 นาที เพราะในช่วงเวลานี้ผิวจะยังคงมีความชื้นอยู่ การทาครีมจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นนั้นไว้ได้ดีที่สุด
- เลือกใช้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นขึ้น: จากโลชั่นเนื้อบางเบา อาจเปลี่ยนเป็น ครีม (Cream) หรือ บาล์ม (Balm) ที่มีความเข้มข้นของมอยส์เจอไรเซอร์สูงกว่า เพื่อให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานและเคลือบปกป้องผิวได้ดีขึ้น
- ดูแลมือและเท้าเป็นพิเศษ: บริเวณมือและเท้ามีแนวโน้มที่จะแห้งแตกได้ง่าย ควรใช้แฮนด์ครีมและครีมสำหรับเท้าโดยเฉพาะ และอาจสวมถุงมือ/ถุงเท้าหลังทาครีมก่อนนอนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
การดูแลผิวหน้า เน้นการบำรุงและปกป้อง
- ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่รุนแรง: ในช่วงที่ผิวบอบบางและแห้งง่าย ควรลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ (AHA), BHA หรือเรตินอยด์ลงชั่วคราว หรือใช้ในปริมาณที่น้อยลง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและแห้งลอกได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์แบบเข้มข้น: เลือกใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมช่วยกักเก็บน้ำ เช่น เซราไมด์ (Ceramides), ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid), เชียร์บัตเตอร์ (Shea Butter) หรือ น้ำมันจากธรรมชาติ (Natural Oils)
- ห้ามละเลยครีมกันแดด: ถึงแม้จะไม่มีแดดจ้า แต่รังสียูวีก็ยังคงอยู่ การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องผิวจากความเสียหายที่มองไม่เห็น
- บำรุงริมฝีปาก: ริมฝีปากเป็นอีกจุดที่แห้งแตกง่าย ควรทาลิปบาล์มที่มีส่วนผสมบำรุงเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก
การบำรุงจากภายใน ดื่มน้ำและทานอาหารที่มีประโยชน์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ผิวที่ชุ่มชื้นเริ่มต้นจากภายใน ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นให้กับร่างกายและผิวหนัง
- รับประทานอาหารบำรุงผิว: เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามิน A, C, E และ Zinc เช่น แตงกวา แครอท มะเขือเทศ อะโวคาโด ถั่ว และปลาที่มีไขมันดี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงและชุ่มชื้นจากภายใน
การดูแลผิวในช่วงฤดูหนาวอาจต้องใส่ใจมากขึ้นอีกนิด แต่ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เหล่านี้ ทั้งการหลีกเลี่ยงน้ำร้อน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้คุณมีผิวที่นุ่มเนียน ไม่แห้งกร้าน และพร้อมรับมือกับอากาศหนาวได้อย่างมั่นใจ
