ทำไมเวลาเครียดถึงอยากซื้อของ?
เวลาที่เราเครียด เหนื่อย หรือรู้สึกว่าชีวิตควบคุมอะไรไม่ค่อยได้ การเลือกซื้อของบางอย่างอาจทำให้เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่เราตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
แค่การเลือกสี เลือกรุ่น เปรียบเทียบราคา หรือกดใส่ตะกร้า ก็สามารถสร้างความรู้สึกสนุกและทำให้สมองหันความสนใจออกจากเรื่องที่กำลังเครียดอยู่ชั่วคราว
หลายครั้งความสุขจึงไม่ได้เกิดตอนของมาถึงเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่ตอนที่เรากำลังคิดว่า
“ถ้าได้อันนี้มาคงดี”
ความสุขจากการ “รอของ” ก็มีจริง
หนึ่งในเสน่ห์ของการช้อปออนไลน์คือความรู้สึกคาดหวัง
หลังจากกดสั่ง เราอาจเปิดดูสถานะพัสดุ เช็กว่าของถึงไหนแล้ว และรู้สึกตื่นเต้นตอนเห็นข้อความว่า “กำลังนำส่ง”
สำหรับบางคน กล่องพัสดุที่มาถึงหน้าบ้านเปรียบเหมือนของขวัญเล็ก ๆ ที่ตัวเองส่งให้ตัวเอง
แม้เราจะรู้อยู่แล้วว่าข้างในคืออะไร แต่ความรู้สึกตอนแกะกล่องก็ยังสร้างความสุขได้อยู่ดี
ทำไมช้อปออนไลน์ถึงทำให้ซื้อของง่ายกว่าเดิม?
ในอดีตถ้าอยากซื้อของ เราอาจต้องแต่งตัว ออกจากบ้าน ขับรถไปห้าง เดินเลือก และต่อคิวจ่ายเงิน
แต่วันนี้เราสามารถซื้อของได้ตอนนอนอยู่บนเตียง
แอปช้อปปิ้งยังมีทั้ง Flash Sale, คูปอง, ส่งฟรี, Live ขายสินค้า และข้อความอย่าง “เหลือเพียง 2 ชิ้น” หรือ “โปรหมดในอีก 10 นาที”
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าไม่ซื้อเดี๋ยวนี้อาจพลาดโอกาสบางอย่างไป
จากที่ตั้งใจจะ “เปิดดูเฉย ๆ” จึงอาจจบด้วยของหลายชิ้นอยู่ในตะกร้าโดยไม่รู้ตัว
Retail Therapy มีจริงไหม?
คำว่า Retail Therapy ถูกใช้เรียกพฤติกรรมการซื้อของเพื่อช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น
ในระดับเล็ก ๆ การซื้อของที่เราชอบอาจช่วยสร้างความรู้สึกดีและเป็นรางวัลให้ตัวเองได้จริง
เช่น หลังจากทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์ เราซื้อหนังสือที่อยากอ่าน เสื้อที่เล็งไว้นาน หรือของชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “การซื้อของแล้วมีความสุข”
แต่อยู่ที่ว่า เราจำเป็นต้องซื้อของทุกครั้งที่ไม่มีความสุขหรือไม่
เมื่อการช้อปกลายเป็นวิธีหนีจากความเครียด
ลองสังเกตตัวเองดูว่า คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม
เครียด → เปิดแอปช้อปปิ้ง
เบื่อ → เปิดแอปช้อปปิ้ง
ทะเลาะกับใคร → ซื้อของ
เหนื่อยจากงาน → ให้รางวัลตัวเองด้วยของใหม่
ถ้าเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อาจไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
แต่ถ้าการซื้อของกลายเป็นวิธีหลักในการจัดการกับอารมณ์ เราอาจเริ่มใช้เงินมากกว่าที่ตั้งใจ ซื้อของที่ไม่ได้จำเป็น หรือรู้สึกผิดหลังจากความตื่นเต้นตอนซื้อหายไป
ที่สำคัญคือ ความเครียดเดิมอาจยังอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ถูกเลื่อนออกไปชั่วคราว
ทำไมของที่อยากได้มาก พอได้มาแล้วกลับเฉย ๆ?
หลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์นี้
ก่อนซื้อคิดถึงของชิ้นนั้นทุกวัน ดูรีวิวหลายรอบ เปรียบเทียบร้านจนแน่ใจ และรู้สึกว่า “ต้องมีให้ได้”
แต่หลังใช้ไปไม่กี่วัน กลับรู้สึกเฉย ๆ
นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ได้ค่อนข้างเร็ว
มือถือเครื่องใหม่ เสื้อใหม่ หรือรองเท้าคู่ใหม่จึงอาจสร้างความตื่นเต้นได้ช่วงหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นของธรรมดาในชีวิตประจำวัน
จากนั้นเราก็เริ่มมองหาของชิ้นต่อไป
แล้วเราควรเลิกช้อปออนไลน์ไหม?
ไม่จำเป็น
การซื้อของเป็นเรื่องปกติ และการให้รางวัลตัวเองก็ไม่ได้ผิดอะไร
สิ่งสำคัญคือทำให้การซื้อของเกิดจาก ความต้องการจริง มากกว่าความรู้สึกชั่วขณะ
วิธีง่าย ๆ คือ ถ้าเจอของที่อยากได้ ลองใส่ตะกร้าไว้ก่อนแล้วรอ 24 ชั่วโมง หากวันต่อมายังรู้สึกว่าอยากได้และมีเหตุผลที่จะใช้จริง ค่อยตัดสินใจซื้อ
อีกวิธีคือกำหนดงบสำหรับ “ของที่ซื้อเพื่อความสุข” ในแต่ละเดือน เช่น 1,000 หรือ 2,000 บาท เมื่อมีขอบเขตชัดเจน เราก็ยังสามารถสนุกกับการช้อปได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดทีหลัง
ลองถามตัวเองก่อนกดจ่ายเงิน
ก่อนซื้อของ ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า
“ฉันอยากได้ของชิ้นนี้จริง ๆ หรือแค่วันนี้รู้สึกไม่ดี?”
บางครั้งคำถามเดียวก็ช่วยให้เรารู้ว่า สิ่งที่ต้องการจริง ๆ อาจไม่ใช่ของชิ้นใหม่
แต่อาจเป็นการพักผ่อน การคุยกับใครสักคน การออกไปเดินเล่น หรือแค่การหยุดทำงานสักพัก
ความสุขไม่ผิด แต่อย่าให้ทุกความสุขต้องมีเลขพัสดุ
การช้อปออนไลน์สามารถสร้างความสุขได้จริง โดยเฉพาะความตื่นเต้น ความรู้สึกได้ให้รางวัลตัวเอง และความสุขจากการรอของมาถึง
แต่ความสุขแบบนี้มักอยู่ไม่นาน
ถ้าเรารู้ตัวว่ากำลังซื้ออะไร เพราะอะไร และซื้อในระดับที่ไม่กระทบกับการเงิน การช้อปก็สามารถเป็นความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตได้อย่างไม่ต้องรู้สึกผิด
ปัญหาจะเริ่มขึ้นเมื่อเราใช้การซื้อของเป็นคำตอบของทุกความเครียด
เพราะบางครั้งสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ อาจไม่ใช่ของชิ้นใหม่
แต่อาจเป็นเพียง การได้พักจากชีวิตที่เหนื่อยมาทั้งวัน
