ท่องเที่ยวปีใหม่

5 จุดหมายในไทย เปลี่ยนวันหยุดปลายปีให้กลายเป็นทริปที่อยากจำ

4 ครั้ง
21/10/2026 08:29:59
image
แชร์เรื่องนี้

1. เชียงใหม่ — อยากได้บรรยากาศปีใหม่แบบหนาว ๆ ครบที่สุด

ถ้าให้เลือกจังหวัดที่เหมาะกับช่วงปลายปีแบบแทบไม่ต้องคิดนาน เชียงใหม่ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะสามารถเที่ยวได้หลายแบบในทริปเดียว ทั้งภูเขา วัด คาเฟ่ ถนนคนเดิน และร้านอาหาร

สำหรับสายธรรมชาติ ดอยอินทนนท์ คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ เพราะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทย สูงประมาณ 2,565 เมตร และช่วงฤดูหนาวอากาศบนยอดดอยจะเย็นมาก โดยเฉพาะตอนเช้า มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกและบรรยากาศฤดูหนาวแบบที่หาได้ยากในพื้นที่อื่นของประเทศ

หากไม่อยากขึ้นดอยทุกวัน สามารถแบ่งเวลามาเดินเล่นนิมมาน ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เที่ยวถนนคนเดิน หาคาเฟ่นั่งช่วงบ่าย แล้วออกไปกินอาหารเหนือช่วงค่ำได้ เชียงใหม่จึงเหมาะทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว

เหมาะกับคนที่: อยากสัมผัสอากาศหนาว ชอบคาเฟ่ ธรรมชาติ และอยากมีกิจกรรมให้ทำตั้งแต่เช้าจนค่ำ

2. เขาค้อ เพชรบูรณ์ — อยากตื่นมาเปิดม่านแล้วเจอภูเขา

ถ้าไม่อยากเดินทางไกลถึงภาคเหนือ แต่ยังอยากได้บรรยากาศภูเขาและอากาศเย็น เขาค้อเป็นจุดหมายที่เข้ากับช่วงปีใหม่มาก โดยเฉพาะคนที่อยากพักรีสอร์ตสวย ๆ ตื่นเช้ามาจิบกาแฟและลุ้นทะเลหมอก

สถานที่ยอดนิยมมีทั้งวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จุดชมวิวต่าง ๆ ร้านกาแฟบนเนินเขา และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติรอบเขาค้อ บรรยากาศของพื้นที่จึงเหมาะกับการเที่ยวแบบไม่ต้องวางตารางแน่นมาก

ทริปเขาค้อที่ดีอาจไม่จำเป็นต้องเก็บทุกสถานที่ แค่เลือกที่พักวิวดีหนึ่งแห่ง คาเฟ่หนึ่งหรือสองร้าน แล้วเหลือเวลาให้นั่งชมภูเขา ก็สามารถรู้สึกว่าได้พักจริง ๆ

เหมาะกับคนที่: อยากเที่ยวภูเขาแบบขับรถไปได้ ชอบถ่ายรูป และต้องการทริป 2–3 วันแบบไม่เร่งรีบ

3. น่าน — ปีใหม่แบบ Slow Life เมืองเล็กที่ยิ่งอยู่ยิ่งหลงรัก

ถ้าปีที่ผ่านมาเหนื่อยมาทั้งปีและไม่อยากเริ่มปีใหม่ด้วยทริปที่ต้องวิ่งตามตาราง “น่าน” อาจเป็นคำตอบที่เหมาะกว่าเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่

สามารถเริ่มจากเที่ยวตัวเมือง ไหว้พระที่วัดภูมินทร์ เดินเล่นย่านเมืองเก่า ก่อนขับขึ้นไปโซนปัวและบ่อเกลือ ซึ่งมีทั้งภูเขา หมู่บ้าน และธรรมชาติให้สัมผัส บางพื้นที่อย่างดอยสกาดก็เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดที่ ททท. เคยแนะนำสำหรับการสัมผัสบรรยากาศเมืองเหนือ

สิ่งที่ทำให้น่านน่าสนใจไม่ใช่การมีแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ แต่คือบรรยากาศของเมืองที่ทำให้เราอยากใช้เวลาช้าลง กินอาหารพื้นเมือง เดินตลาด และนั่งคุยกันโดยไม่ต้องรีบไปสถานที่ต่อไป

เหมาะกับคนที่: ชอบเมืองสงบ ภูเขา วิถีชุมชน และอยากหนีความวุ่นวายช่วงปีใหม่

4. กาญจนบุรี — ไม่อยากขับไกล แต่ยังอยากได้ทั้งธรรมชาติและกิจกรรม

สำหรับคนกรุงเทพฯ และภาคกลางที่มีวันหยุดไม่มาก กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่จัดทริปได้ง่ายมาก เพราะมีทั้งแม่น้ำ ภูเขา น้ำตก รีสอร์ตริมน้ำ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว

ปลายปี 2569 ยังมีงาน Light of Nature Colour of Kanchanaburi ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ถึง 3 มกราคม 2570 ตามข้อมูลกิจกรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำให้คนที่เดินทางช่วงปีใหม่มีอีกหนึ่งกิจกรรมให้ใส่ไว้ในแผนได้

ข้อดีอีกอย่างคือสามารถเลือกสไตล์ทริปได้มาก หากอยากพักจริง ๆ ก็จองรีสอร์ตริมแม่น้ำแล้วแทบไม่ต้องออกไปไหน หรือจะขับเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว น้ำตก และพื้นที่ธรรมชาติต่าง ๆ ก็ทำได้

เหมาะกับคนที่: มีเวลาน้อย ขับรถเที่ยวเอง อยากได้ธรรมชาติแต่ไม่อยากเดินทางไกลเกินไป

5. ภูเก็ต — ถ้าไม่อินกับอากาศหนาว ก็หนีไปทะเลเลย

ปีใหม่ไม่ได้หมายความว่าต้องขึ้นเขาเสมอไป สำหรับคนที่อยากเห็นทะเล น้ำสีฟ้า และใช้วันหยุดอยู่ริมชายหาด ภูเก็ตยังเป็นจุดหมายที่มีทุกอย่างค่อนข้างครบ

กลางวันสามารถเที่ยวชายหาดหรือออกเรือ กลับมาเดินเล่นเมืองเก่าภูเก็ตช่วงเย็น ก่อนเลือกกินอาหารใต้หรือซีฟู้ดในตอนค่ำ ใครชอบกิจกรรมก็มีตัวเลือกจำนวนมาก ขณะที่คนอยากพักก็สามารถเลือกรีสอร์ตแล้วใช้เวลาอยู่ริมทะเลเป็นหลักได้

ช่วงปลายปีภูเก็ตยังมีอีเวนต์และกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่อง โดยข้อมูลของ ททท. ระบุว่าช่วงเดือนธันวาคม 2569 มีงานขนาดใหญ่อย่าง EDC Thailand 2026 ในจังหวัดภูเก็ตด้วย สะท้อนว่าช่วงปลายปีเป็นช่วงที่พื้นที่มีความคึกคักสูง

เหมาะกับคนที่: ชอบทะเล ร้านอาหาร ที่พักสวย และอยากได้ทริปที่มีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย

ถ้าอยากเที่ยวแบบคนไม่แน่น ควรทำยังไง?

ปัญหาของการเที่ยวช่วงปีใหม่คือทุกคนหยุดพร้อมกัน สถานที่ยอดนิยมจึงมีโอกาสเจอทั้งรถติด ที่พักเต็ม และราคาสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะเชียงใหม่ เขาค้อ และจังหวัดทะเลชื่อดัง

หากวันหยุดยืดหยุ่นได้ การออกเดินทางก่อนวันที่ 30 ธันวาคม หรือกลับหลังช่วงวันที่ 1 มกราคมเล็กน้อย อาจช่วยลดความวุ่นวายได้มาก ส่วนสถานที่ที่ต้องการที่พักวิวดีหรืออยู่ใกล้จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ควรจองล่วงหน้า ไม่ควรรอจนใกล้วันเดินทาง

อีกวิธีคือเปลี่ยนจากการเที่ยวแลนด์มาร์กช่วงเวลายอดนิยม เช่น 9–11 โมง เป็นออกเช้ามากขึ้น แล้วใช้ช่วงกลางวันไปคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือกลับที่พัก วิธีนี้ทำให้ทริปสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เลือกที่ไหนดีให้เข้ากับทริปของเรา?

ถ้าอยากหนาวและมีกิจกรรมเยอะ เลือก เชียงใหม่ ถ้าอยากชมหมอกและพักรีสอร์ต เลือก เขาค้อ หากอยากได้เมืองสงบและ Slow Life เลือก น่าน คนที่ไม่อยากขับไกลเหมาะกับ กาญจนบุรี ส่วนใครอยากเริ่มปีใหม่ด้วยทะเลและแสงแดด ก็เลือก ภูเก็ต

ท้ายที่สุดแล้ว ทริปปีใหม่ที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่ที่ดังที่สุดหรือไกลที่สุด แต่คือสถานที่ที่ทำให้เราได้ใช้วันหยุดในแบบที่ตัวเองต้องการจริง ๆ