มดลูกต้องบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุออก
ในแต่ละเดือน ร่างกายจะสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ หากไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุดังกล่าวจะหลุดออกและถูกขับออกมาทางช่องคลอด กลายเป็นเลือดประจำเดือน
ระหว่างกระบวนการนี้ มดลูกจะหดตัวเพื่อช่วยผลักเยื่อบุและเลือดออกจากร่างกาย การหดตัวนี่เองที่ทำให้เกิดอาการปวดหรือเกร็งบริเวณท้องน้อย
พรอสตาแกลนดินคือตัวการสำคัญของอาการปวด
ช่วงเริ่มมีประจำเดือน ร่างกายจะสร้างสารพรอสตาแกลนดินเพิ่มขึ้น สารชนิดนี้ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว
หากระดับพรอสตาแกลนดินสูง มดลูกอาจบีบตัวแรงขึ้น ทำให้รู้สึกปวดท้องมากขึ้น และในบางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ถ่ายเหลว หรือรู้สึกอ่อนเพลีย
โดยทั่วไปอาการมักมากในช่วงวันแรกหรือสองวันแรกของประจำเดือน แล้วค่อย ๆ ลดลงเมื่อระดับพรอสตาแกลนดินลดลง
ทำไมบางคนปวดมาก แต่บางคนแทบไม่ปวดเลย?
ร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อฮอร์โมนและพรอสตาแกลนดินไม่เหมือนกัน รวมถึงความไวต่อความเจ็บปวดก็แตกต่างกันด้วย
บางคนเริ่มปวดประจำเดือนตั้งแต่วัยรุ่นและอาการค่อย ๆ ดีขึ้นตามอายุ ขณะที่บางคนอาจแทบไม่เคยปวดเลย แต่เมื่ออายุมากขึ้นกลับเริ่มปวดมากผิดปกติ ซึ่งกรณีหลังควรให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย
ปวดหลังและปวดขาเกี่ยวกับประจำเดือนได้ไหม?
ได้ เพราะการหดตัวของมดลูกและการส่งสัญญาณความเจ็บปวดผ่านเส้นประสาทบริเวณอุ้งเชิงกราน อาจทำให้รู้สึกปวดร้าวไปยังหลังส่วนล่าง สะโพก หรือต้นขาได้
บางคนจึงไม่ได้รู้สึกเพียงปวดท้องน้อย แต่รู้สึกทั้งตัวหนัก ปวดเอว และไม่มีแรงในช่วงวันแรกของประจำเดือน
อาการปวดแบบไหนยังถือว่าพบได้ทั่วไป?
อาการปวดที่เริ่มใกล้เวลามีประจำเดือนหรือในวันแรก ๆ ปวดหน่วงหรือบีบเป็นพัก ๆ และดีขึ้นภายในไม่กี่วัน มักเข้ากับภาวะปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ ซึ่งไม่ได้เกิดจากโรคในอวัยวะสืบพันธุ์
หลายคนสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบร้อน พักผ่อน ออกกำลังกายเบา ๆ และใช้ยาแก้ปวดที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
แต่บางครั้งการปวดประจำเดือนอาจเกิดจากโรคอื่น
หากอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือเพิ่งเริ่มปวดมากทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น อาจมีสาเหตุอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก ภาวะอะดีโนไมโอซิส หรือปัญหาเกี่ยวกับอุ้งเชิงกราน
โดยเฉพาะหากมีอาการปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ปวดแม้ไม่มีประจำเดือน เลือดออกมากผิดปกติ ประจำเดือนมานานกว่าปกติ หรือมีปัญหาเรื่องการมีบุตร ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
ประคบร้อนช่วยได้จริงไหม?
ความร้อนสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณท้องและอุ้งเชิงกรานผ่อนคลายลง จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่หลายคนใช้แล้วรู้สึกดีขึ้น
สามารถใช้ถุงน้ำร้อนหรือแผ่นประคบร้อนวางบริเวณท้องน้อยครั้งละประมาณ 15–20 นาที โดยระวังไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไปจนผิวหนังไหม้
การเดินเบา ๆ ยืดตัว หรือนอนพักในท่าที่รู้สึกสบายก็ช่วยลดความตึงของร่างกายได้เช่นกัน
ยาแก้ปวดควรกินตอนไหน?
ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์บางชนิดสามารถช่วยลดการสร้างพรอสตาแกลนดิน จึงมักใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีในผู้ที่ไม่มีข้อห้าม
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคกระเพาะ โรคไต ใช้ยาบางชนิด ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และไม่ควรกินยาเกินขนาดที่ระบุบนฉลาก
ปวดประจำเดือนแค่ไหนถึงควรไปพบแพทย์?
หากปวดจนต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานเป็นประจำ ปวดรุนแรงขึ้นทุกเดือน มีไข้ เป็นลม เลือดออกมากผิดปกติ มีลิ่มเลือดจำนวนมาก ปวดท้องแม้ไม่มีประจำเดือน หรืออาการเริ่มเกิดขึ้นใหม่ในวัยที่ไม่เคยปวดมาก่อน ควรไปพบแพทย์
เพราะถึงแม้อาการปวดประจำเดือนจะพบได้บ่อย แต่ความปวดที่รบกวนชีวิตอย่างมากไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ “ผู้หญิงทุกคนต้องทน”
สรุปแล้ว ทำไมมีประจำเดือนถึงปวดท้อง?
สาเหตุหลักมาจากมดลูกที่หดตัวเพื่อขับเยื่อบุออก และสารพรอสตาแกลนดินที่กระตุ้นให้การหดตัวแรงขึ้น อาการจึงมักชัดในช่วงวันแรก ๆ แล้วค่อยดีขึ้นเมื่อประจำเดือนผ่านไป
การปวดประจำเดือนอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหลายคน แต่ไม่จำเป็นต้องทนกับความปวดรุนแรงทุกเดือน หากอาการเริ่มผิดจากเดิมหรือกระทบชีวิตประจำวัน การตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจนอาจช่วยให้ดูแลได้ตรงจุดมากกว่าการทนไปเรื่อย ๆ
