การอ่านหนังสือ

ทำไมคนสมัยนี้อ่านหนังสือน้อยลง

4 ครั้ง
09/10/2026 08:56:32
image
แชร์เรื่องนี้

โทรศัพท์กลายเป็นคู่แข่งตัวใหญ่ที่สุดของหนังสือ

เมื่อมีเวลาว่างเพียง 5 นาที เราแทบไม่ต้องคิดเลยว่าจะทำอะไร เพราะโทรศัพท์มีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ทั้งคลิปสั้น ข่าว เกม เพลง ซีรีส์ และโซเชียลมีเดีย

ต่างจากหนังสือที่ต้องหยิบขึ้นมา เปิดหน้าเดิม และใช้เวลาเพื่อเข้าสู่เนื้อหา โทรศัพท์ให้ความบันเทิงได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรก จึงไม่แปลกที่สมองจะเลือกสิ่งที่ง่ายและให้ความรู้สึกสนุกได้เร็วกว่าก่อน

คอนเทนต์สั้นทำให้เราชินกับการเปลี่ยนเรื่องเร็ว

ทุกวันนี้เราอาจดูคลิปหนึ่งเรื่องไม่ถึงนาทีแล้วเลื่อนไปอีกเรื่องทันที สมองจึงได้รับข้อมูลใหม่ตลอดเวลา เมื่อกลับมาอ่านหนังสือที่ต้องติดตามเนื้อหาเป็นสิบหรือร้อยหน้า หลายคนจึงรู้สึกว่า “ช้า” ทั้งที่จริงแล้วหนังสือไม่ได้ช้าลง แต่เราต่างหากที่คุ้นเคยกับจังหวะที่เร็วขึ้น

เมื่อความสนใจถูกแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ การนั่งจดจ่อกับข้อความยาวจึงต้องอาศัยความตั้งใจมากกว่าเดิม และนั่นทำให้หลายคนเลิกอ่านกลางทางง่ายขึ้น

เราไม่ได้อ่านน้อยลงเสมอไป แต่อาจเปลี่ยนสิ่งที่อ่าน

แม้หลายคนจะอ่านหนังสือเป็นเล่มน้อยลง แต่ในแต่ละวันเรายังอ่านข้อความจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ในโซเชียล ข่าว แชต อีเมล รีวิวสินค้า หรือบทความออนไลน์

ดังนั้นปัญหาอาจไม่ใช่ว่า “คนไม่อ่านแล้ว” แต่เป็นการเปลี่ยนจากการอ่านแบบยาวและลึก มาเป็นการอ่านแบบสั้น กระจาย และต่อเนื่องตลอดวันมากกว่า

ความแตกต่างคือการอ่านหนังสือมักพาเราอยู่กับเรื่องเดียวได้นานกว่า ขณะที่การอ่านบนหน้าจอมักถูกคั่นด้วยแจ้งเตือน ลิงก์ และข้อมูลอื่นที่เข้ามาตลอดเวลา

ชีวิตที่เหนื่อยขึ้นก็ทำให้การอ่านถูกเลื่อนไปก่อน

หลังจากทำงานทั้งวัน หลายคนอยากพักด้วยกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เช่น ดูซีรีส์ ฟังเพลง หรือดูคลิปสั้น เพราะรู้สึกง่ายกว่าการเปิดหนังสือที่ต้องอ่านและคิดตาม

หนังสือจึงมักถูกวางไว้ในหมวด “ไว้มีเวลาค่อยอ่าน” แต่ปัญหาคือเวลาว่างแบบสมบูรณ์อาจไม่เคยมาถึง สุดท้ายหนังสือหนึ่งเล่มจึงอยู่ข้างเตียงหลายเดือนโดยอ่านไปเพียงไม่กี่หน้า

คนมีตัวเลือกในการเรียนรู้มากขึ้น

เมื่อก่อน หากอยากเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หนังสือถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญมาก แต่วันนี้สามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอ พอดแคสต์ คอร์สออนไลน์ หรือถาม AI ได้ทันที

บางคนจึงเลือกฟังพอดแคสต์ระหว่างขับรถ ดูวิดีโอสรุปเนื้อหา หรือถามคำถามเฉพาะที่อยากรู้ แทนการอ่านหนังสือทั้งเล่ม ซึ่งตอบโจทย์คนที่มีเวลาจำกัดมากกว่า

นี่ไม่ได้หมายความว่าหนังสือหมดความสำคัญ แต่หนังสือไม่ได้เป็น “ทางเลือกเดียว” ในการเข้าถึงความรู้อีกต่อไป

การอ่านกลายเป็นกิจกรรมที่ต้องแย่งพื้นที่จากสิ่งอื่น

หนังสือหนึ่งเล่มอาจใช้เวลาอ่านหลายชั่วโมง ขณะที่ในเวลาเดียวกันเราสามารถดูซีรีส์หลายตอน เล่นเกม คุยกับเพื่อน หรือดูคลิปได้หลายสิบคลิป

เมื่อทุกอย่างแข่งขันกันเพื่อเวลาว่าง การอ่านจึงถูกผลักออกไปง่าย เพราะผลตอบแทนจากหนังสือมักไม่ได้เกิดขึ้นทันที เราต้องอ่านไปสักระยะจึงเริ่มอินกับเรื่องหรือเข้าใจแนวคิดที่ผู้เขียนต้องการสื่อ

แต่การอ่านหนังสือยังมีบางอย่างที่คอนเทนต์สั้นให้ไม่ได้

การอ่านหนังสือช่วยให้เราได้อยู่กับแนวคิดเดียวเป็นเวลานาน เปิดพื้นที่ให้คิดตาม เชื่อมโยง และสร้างภาพในหัวด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีภาพ เสียง หรือเอฟเฟกต์มากระตุ้นตลอดเวลา

หนังสือบางเล่มอาจใช้เวลาอ่านหลายวัน แต่สิ่งที่ได้กลับมาอาจเป็นมุมมองหรือความคิดที่ติดอยู่กับเราไปอีกหลายปี ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากคอนเทนต์ที่เราดูแล้วเลื่อนผ่านภายในไม่กี่วินาที

ถ้าอยากกลับมาอ่าน ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยวันละหนึ่งชั่วโมง

ลองเริ่มจากวันละ 5–10 หน้า หรืออ่านก่อนนอนเพียง 15 นาที วางโทรศัพท์ให้อยู่ไกลมือ และเลือกหนังสือที่สนใจจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหนังสือที่คิดว่า “ควรอ่าน”

บางครั้งสาเหตุที่เราไม่อ่านไม่ได้เป็นเพราะไม่มีสมาธิ แต่เพราะกำลังฝืนอ่านหนังสือที่ไม่เหมาะกับตัวเอง หากหนังสือเล่มหนึ่งไม่สนุก การเปลี่ยนเล่มก็ไม่ใช่ความล้มเหลว

สุดท้ายแล้ว คนยุคนี้อาจไม่ได้รักการอ่านน้อยลง เพียงแต่กำลังอยู่ในโลกที่ทุกอย่างพยายามแย่งความสนใจจากเราอยู่ตลอดเวลา การเปิดหนังสือจึงกลายเป็นการเลือกหยุดจากความเร็วของโลกชั่วคราว และกลับมาอยู่กับสิ่งหนึ่งให้นานพอที่จะเข้าใจมันจริง ๆ

บางทีการอ่านหนังสือในยุคนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การหาความรู้ แต่เป็นการฝึกให้ตัวเองกลับมาจดจ่อกับสิ่งหนึ่ง โดยไม่ต้องรีบเลื่อนไปหาเรื่องถัดไปตลอดเวลา