โดยทั่วไป หากใช้ตามปกติและไม่สูดแรงหรือถี่เกินไป ยาดมสำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้ภายนอกมักไม่ได้อันตรายรุนแรง แต่การดมมากเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคือง เยื่อบุจมูกแห้ง ปวดศีรษะ หรือมีปัญหาในคนที่ไวต่อกลิ่นและสารระเหยบางชนิดได้
ยาดมคืออะไร ทำไมดมแล้วรู้สึกโล่ง?
ยาดมส่วนใหญ่มักมีสารที่ให้กลิ่นเย็นหรือกลิ่นหอม เช่น เมนทอล การบูร น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันสะระแหน่ หรือสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เมื่อสูดเข้าไป สารเหล่านี้จะกระตุ้นตัวรับความเย็นและกลิ่นบริเวณจมูก ทำให้รู้สึกเย็น โล่ง และสดชื่นขึ้น
สิ่งสำคัญคือ ความรู้สึกว่า “จมูกโล่ง” ไม่ได้หมายความว่าทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้นมากจริง ๆ เสมอไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกเย็นที่สมองรับรู้จากเมนทอลและสารหอมต่าง ๆ
ดมบ่อย ๆ ทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองได้
หากนำยาดมจ่อรูจมูกตลอดเวลา หรือสูดแรงและถี่มาก สารระเหยเข้มข้นอาจทำให้เยื่อบุด้านในจมูกแห้ง แสบ คัน หรือระคายเคืองได้
บางคนอาจเริ่มมีอาการจาม น้ำมูกไหล หรือรู้สึกแสบจมูก โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิแพ้หรือเยื่อบุจมูกไวอยู่แล้ว
วิธีที่เหมาะกว่าคือถือยาดมให้ห่างจากรูจมูกเล็กน้อยแล้วสูดกลิ่นเบา ๆ ไม่จำเป็นต้องเสียบหรือจ่อเข้าไปลึก ๆ
สูดเยอะไม่ได้แปลว่าจะสดชื่นมากขึ้น
หลายคนยิ่งง่วงยิ่งสูดแรง แต่สารในยาดมไม่ได้ทำให้สมองได้รับออกซิเจนเพิ่มหรือแก้อาการง่วงจากการพักผ่อนไม่พอได้จริง
ความรู้สึกสดชื่นมักเกิดเพียงชั่วคราว หากง่วงมากจากการอดนอน ยาดมอาจช่วยให้รู้สึกตื่นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถแทนการพักผ่อนได้
โดยเฉพาะเวลาขับรถ หากเริ่มง่วงจนต้องดมยาดมซ้ำ ๆ เพื่อพยายามฝืนขับต่อ สิ่งที่ปลอดภัยกว่าคือหยุดพักหรือนอนให้เพียงพอ เพราะยาดมไม่ได้ป้องกันอาการหลับใน
ดมยาดมติดไหม?
ยาดมทั่วไปไม่ได้ทำให้เกิดการเสพติดแบบสารเสพติด แต่บางคนสามารถเกิด “ความเคยชินทางพฤติกรรม” ได้ เช่น รู้สึกว่าถ้าไม่ดมแล้วไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ หรือออกจากบ้านไม่ได้
เมื่อใช้บ่อยมาก สมองอาจคุ้นเคยกับกลิ่นจนต้องหยิบขึ้นมาดมซ้ำโดยอัตโนมัติ ทั้งที่จริง ๆ ไม่ได้มีอาการอะไร
หากรู้สึกว่าต้องดมทุกไม่กี่นาที ลองลดความถี่และสังเกตว่าเราดมเพราะมีอาการจริง ๆ หรือเพียงเพราะความเคยชิน
คนเป็นหอบหืดหรือแพ้กลิ่นต้องระวังมากขึ้น
น้ำหอม เมนทอล การบูร หรือกลิ่นน้ำมันหอมระเหยอาจกระตุ้นอาการในคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือไวต่อกลิ่น
หากดมแล้วรู้สึกไอ แน่นหน้าอก หายใจติดขัด เวียนหัว หรือปวดศีรษะ ควรหยุดใช้และออกไปอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท
ถ้ามีอาการหายใจลำบากรุนแรง ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์ทันที
อย่าเอายาดมแตะเยื่อบุจมูกโดยตรง
ยาดมแบบน้ำหรือยาหม่องที่มีเมนทอลและการบูรไม่ควรทาเข้าไปลึกภายในรูจมูก เพราะอาจทำให้เยื่อบุระคายเคืองได้
โดยเฉพาะหากมีแผลในจมูก เลือดกำเดาไหลง่าย หรือเพิ่งผ่านการทำหัตถการบริเวณจมูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารที่เข้มข้นโดยไม่จำเป็น
ไม่ควรใช้ยาดมร่วมกัน
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการยื่นยาดมให้เพื่อนใช้ต่อกัน โดยเฉพาะชนิดที่ต้องเอาใกล้จมูกมาก
ผิวหนัง น้ำมูก และละอองจากการหายใจสามารถติดอยู่บริเวณปากหลอดได้ จึงมีโอกาสนำเชื้อโรคจากคนหนึ่งไปสู่อีกคน ควรใช้ของใครของมันจะสะอาดและปลอดภัยกว่า
การบูรต้องระวังเรื่องการกินเข้าไป
การบูรหรือ Camphor เป็นสารที่พบในยาดมและยาหม่องหลายชนิด หากใช้ภายนอกตามคำแนะนำมักไม่เป็นปัญหา แต่หากกลืนกินเข้าไปในปริมาณมากสามารถเป็นพิษได้ โดยเฉพาะในเด็ก
จึงควรเก็บยาดม ยาหม่อง และน้ำมันหอมระเหยไว้ให้พ้นมือเด็ก และไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ระบุว่าสำหรับรับประทานไปกินเด็ดขาด
ถ้าต้องดมเพราะเวียนหัวบ่อย ควรหาสาเหตุด้วย
ยาดมอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราวเวลามึนหรือเวียนหัว แต่ถ้าต้องใช้ทุกวันเพราะมีอาการเวียนหัว หน้ามืด ใจสั่น หรือคลื่นไส้บ่อย ๆ ไม่ควรใช้ยาดมกลบอาการไปเรื่อย ๆ
เพราะอาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุจากการพักผ่อนไม่พอ ภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด หรือปัญหาสุขภาพอื่นที่ควรตรวจให้ชัดเจน
แล้วควรดมแค่ไหนถึงพอดี?
ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าต้องดมไม่เกินกี่ครั้งต่อวัน เพราะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และความไวของแต่ละคน แต่หลักง่าย ๆ คือใช้เป็นครั้งคราว สูดเบา ๆ และหยุดหากเริ่มมีอาการแสบจมูก ปวดหัว ไอ หรือเวียนหัวมากขึ้น
หากพบว่าตัวเองต้องถือยาดมไว้ตลอดและสูดทุกไม่กี่นาที อาจถึงเวลาลดความถี่และหาสาเหตุว่าทำไมจึงรู้สึกว่าต้องพึ่งยาดมมากขนาดนั้น
สรุปแล้ว ดมยาดมมาก ๆ อันตรายไหม?
การใช้ยาดมตามปกติในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากังวล แต่การสูดแรง จ่อจมูกตลอด ใช้ถี่มาก หรือใช้ในคนที่ไวต่อสารระเหยสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการไม่พึงประสงค์ได้
