นมโอ๊ตเด่นเรื่องความครีมมี่และคาร์โบไฮเดรตมากกว่า
นมโอ๊ตทำจากข้าวโอ๊ตกับน้ำ แล้วนำไปผ่านกระบวนการจนได้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างนุ่มและครีมมี่กว่านมพืชหลายชนิด
จุดเด่นคือให้ความรู้สึกใกล้เคียงนมวัวมากกว่านมอัลมอนด์ จึงได้รับความนิยมมากในร้านกาแฟ โดยเฉพาะเมนูลาเต้ เพราะทำให้เครื่องดื่มมีเนื้อสัมผัสนุ่มและมีความหวานธรรมชาติเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม นมโอ๊ตมักมีคาร์โบไฮเดรตและพลังงานสูงกว่านมอัลมอนด์ โดยเฉพาะสูตรที่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม
นมอัลมอนด์เด่นเรื่องพลังงานต่ำกว่าในหลายสูตร
นมอัลมอนด์ทำจากอัลมอนด์บดผสมกับน้ำ แล้วกรองจนได้เครื่องดื่มที่มีเนื้อค่อนข้างเบา
นมอัลมอนด์สูตรไม่เติมน้ำตาลหลายยี่ห้อให้พลังงานค่อนข้างต่ำ จึงเหมาะกับคนที่กำลังควบคุมแคลอรีหรืออยากได้เครื่องดื่มเบา ๆ
แต่สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ แม้จะทำจากอัลมอนด์ แต่นมอัลมอนด์ทั่วไปไม่ได้มีโปรตีนสูงมาก เพราะปริมาณอัลมอนด์จริงในเครื่องดื่มอาจไม่ได้มากเท่ากับการกินถั่วอัลมอนด์โดยตรง
ถ้าอยากลดน้ำหนัก แบบไหนเหมาะกว่า?
ถ้ามองเรื่องพลังงานอย่างเดียว นมอัลมอนด์สูตร Unsweetened มักได้เปรียบ เพราะให้พลังงานต่ำกว่านมโอ๊ตในหลายผลิตภัณฑ์
แต่ถ้าเลือกนมอัลมอนด์รสหวานหรือสูตรปรุงแต่ง ก็อาจมีน้ำตาลเพิ่มจนไม่ได้ต่างจากเครื่องดื่มหวานอื่นมากนัก
ดังนั้นเวลาเลือกไม่ควรดูแค่ชื่อว่าเป็น “นมพืช” แต่ควรดูฉลากโภชนาการ โดยเฉพาะน้ำตาล พลังงาน และขนาดหนึ่งหน่วยบริโภค
ถ้าอยากได้ความอิ่ม นมโอ๊ตอาจตอบโจทย์กว่า
เพราะนมโอ๊ตมีคาร์โบไฮเดรตและเนื้อสัมผัสที่แน่นกว่า จึงอาจทำให้รู้สึกอิ่มกว่านมอัลมอนด์บางสูตร
นอกจากนี้โอ๊ตยังมีใยอาหารชนิดเบต้า-กลูแคนตามธรรมชาติ แม้ปริมาณในนมโอ๊ตแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันไปตามกระบวนการผลิต
แต่ถ้าเป้าหมายคือเพิ่มโปรตีน ทั้งนมโอ๊ตและนมอัลมอนด์อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เด่นที่สุดเมื่อเทียบกับนมวัวหรือนมถั่วเหลืองบางสูตร
เรื่องน้ำตาล ต้องดูฉลากให้ดี
นมโอ๊ตบางชนิดแม้จะเขียนว่า “ไม่เติมน้ำตาล” แต่ยังสามารถมีน้ำตาลตามธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการย่อยแป้งในโอ๊ตได้
ขณะที่นมอัลมอนด์บางสูตรอาจเติมน้ำตาลเพื่อให้รสชาติดื่มง่ายขึ้น
ดังนั้นหากต้องการควบคุมน้ำตาล ควรเลือกสูตร Unsweetened และเปรียบเทียบตัวเลขน้ำตาลต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ไม่ควรตัดสินจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
แล้วเรื่องแคลเซียมล่ะ?
ทั้งนมโอ๊ตและนมอัลมอนด์ตามธรรมชาติไม่ได้มีแคลเซียมในระดับเดียวกับนมวัวเสมอไป แต่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์จำนวนมากจะมีการเสริมแคลเซียมและวิตามินดี
หากดื่มแทนนมวัวเป็นประจำ ควรเลือกสูตรที่มีการเสริมแคลเซียมและวิตามินดี และเขย่ากล่องก่อนดื่ม เพราะแร่ธาตุที่เติมลงไปบางส่วนอาจตกตะกอนได้
ใครแพ้นมวัว ดื่มสองอย่างนี้ได้ไหม?
คนที่แพ้น้ำตาลแลคโตสสามารถเลือกนมโอ๊ตหรือนมอัลมอนด์ได้ เพราะทั้งสองชนิดไม่มีแลคโตสตามธรรมชาติ
แต่คนที่แพ้ถั่วเปลือกแข็งควรหลีกเลี่ยงนมอัลมอนด์ และคนที่มีโรคเซลิแอกหรือไวต่อกลูเตนควรเลือกนมโอ๊ตที่มีฉลากรับรอง Gluten-Free เพราะโอ๊ตอาจปนเปื้อนกลูเตนระหว่างการผลิตได้
เอาไปชงกาแฟ แบบไหนอร่อยกว่า?
ถ้าชอบกาแฟนมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม แน่น และใกล้เคียงนมวัว นมโอ๊ตมักได้รับความนิยมมากกว่า เพราะตีฟองได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะสูตร Barista
ส่วนนมอัลมอนด์จะให้รสเบากว่า และมีกลิ่นถั่วชัดกว่า บางยี่ห้ออาจแยกชั้นเมื่อเจอกาแฟร้อนหรือกาแฟที่มีความเป็นกรดสูง
ดังนั้นเรื่องรสชาติขึ้นอยู่กับความชอบล้วน ๆ ถ้าชอบความครีมมี่เลือกโอ๊ต ถ้าชอบเบาและมีกลิ่นถั่วเลือกอัลมอนด์
ถ้าดื่มทุกวัน ควรเลือกแบบไหน?
ถ้าต้องการควบคุมแคลอรีและน้ำตาล อาจเลือกนมอัลมอนด์สูตรไม่หวาน แต่ถ้าต้องการเนื้อสัมผัสอิ่มขึ้นหรือใช้กับกาแฟบ่อย นมโอ๊ตอาจใช้ง่ายกว่า
สิ่งสำคัญคือควรเลือกสูตรที่ไม่เติมน้ำตาลมากเกินไป มีการเสริมแคลเซียม และดูว่ามีโปรตีนเพียงพอกับอาหารทั้งวันหรือไม่
เพราะไม่ว่าจะเป็นนมโอ๊ตหรือนมอัลมอนด์ หากกินแทนนมวัวโดยไม่ดูสารอาหารอื่นเลย อาจทำให้ได้รับโปรตีนหรือแคลเซียมน้อยกว่าที่คิด
สรุปแล้ว นมโอ๊ตกับนมอัลมอนด์ อันไหนดีกว่ากัน?
ถ้าต้องการ เนื้อครีมมี่ อิ่มกว่า และเหมาะกับกาแฟ นมโอ๊ตมักตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าต้องการ พลังงานต่ำและรสเบา นมอัลมอนด์สูตรไม่หวานมักเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ไม่มีตัวไหนดีกว่าทุกด้าน สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือฉลากโภชนาการ ปริมาณน้ำตาล โปรตีน แคลเซียม และเป้าหมายของตัวเอง
